2007/Jun/22

เจ้าชายฮาริชที่เดินอยู่ที่ด้านหน้า อยู่ ๆ หยุดเดินพร้อมกับมองกลุ่มคนดังกล่าว แล้วก็พบว่าคนที่อยู่กลางวงล้อมของชายฉกรรจ์เหล่านั้นก็คือท่านประธานาธิบดีคนใหม่นั่นเอง

ทางด้านประธานาธิบดีไซฟาลที่อุตส่าห์มาดักรออยู่ที่ด้านหน้าเนื่องมากจากว่าว่าพวกของตัวเองได้เคยเข้าไปในป่าศักดิ์สิทธิ์มาก่อนหน้านี้แล้วแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเพราะไม่ได้อะไรติดตัวออกมา แถมยังถูกนางแมงมุมสาวจัดการคนที่ไปด้วยซะอ่วม

ขณะที่กำลังมองสำรวจดูว่าในกลุ่มคนดังกล่าวมีใครที่น่าจะเป็นท่านเจอร์ไม่น่าได้นั้น สายตาก็พลันมาสะดุดกับผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนเคียงข้างเจ้าชายฮาริช อยู่ทางด้านซ้ายมือซึ่งเมื่อดูแล้วน่าจะเป็นคนสำคัญเท่านั้นที่ควรจะยืนอยู่

เมื่อได้กวาดสายตาไปจนเรียบร้อยก็พบว่าทุกคนที่อยู่ที่นั่นกับเจ้าชายฮาริชนั้นแต่ละคนล้วนหน้าตาดีแต่คนที่ดูแล้วเด่นที่สุดก็คือคนที่เขาหมายตามาแต่แรกนั่นเอง และคิดว่าคนคนนั้นต้องเป็นท่านเจอร์ไมน่าอย่างแน่นอน

เพราะว่าบุคคลดังกล่าวหน้าตาผ่องดูนวลเนียนไปทั้งตัว หน้าตางดงามแถมรูปร่างยังสมส่วนแม้ จะผิดจากที่คาดหมายไว้ว่าท่านเจอร์ไม่น่านั้นน่าจะดูน่ารักและน่าถนอมมากกว่านี้ ส่วนคนที่เหลือนั้นเขาคิดว่าน่าจะเป็นผู้คุ้มกันของท่านเจอร์ไมน่านั่นเอง

เจ้าชายฮาริชที่เห็นว่าฝ่ายตรง ที่ตอนนี้กำลังจ้องเขม็งมาที่ด้านซ้ายมือของตนเองเมื่อมองตามสายตาดังกล่าวก็พบว่าเป้าหมายนั้นก็คือกสิณนั่นเอง เมื่อได้ลองคิดตามสายตาที่เห็นของประธานาธิบดีก็นึกรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่จึงพูดออกมาทันที

พวกเราช่วยกันคุ้มกันท่านเจอร์ไม่น่าให้ดีด้วย

แล้วก็หันไปขยิบตาให้กับหมอภวัสกับ ชวกรที่กำลังงงเพราะคนที่เจ้าชายกำลังปกป้องอยู่นั้นก็กสิณผู้เป็นหวานใจของแม่ทัพวาฮิมนั้นเอง

ส่วนทางด้านกสิณที่ตอนนี้กลายเป็นท่านเจอร์ไม่น่านั้นกำลังงงกับสถานภาพของตนเอง แต่ก็รีบปรับสีหน้า เพราะรู้แล้วว่าเพื่อนต้องการทำอะไร

ทางด้านแม่ทัพวาฮิมที่ดูก็รู้ว่าอีกฝ่ายมีจุดประสงค์ไม่ได้แน่เพราะว่าทุกคนที่อยู่ที่นั่นต่างก็พกอาวุธมากันครบมือก็เลยรีบออกมายืนบังกสิณทันที

ประธานาธิบดีที่เห็นอย่างนั้นก็ยิ่งมั่นใจว่าตัวเองเข้าใจถูกต้องจึงได้พูดออกมา

เจ้าชายถ้าไม่อยากเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่ ก็มอบท่านเจอร์ไม่น่ามาให้เราซะ ไม่อย่างงั้นพวกของท่านก็จะไม่มีชีวิตกลับไปแน่

หมอภวัสที่ตอนนี้อยู่ด้านหลังของเจ้าชายและกสิณ กำลังแอบมองคนที่ต้องการตัวเองพร้อมคิดไปด้วยประธานาธิบดีต้องการอะไรจากเขา

เจ้าชายฮาริชที่เห็นว่าพวกที่รายล้อมประธานาธิบดีนั้นมีหลายคนและเขาก็ไม่ต้องการเสี่ยงจึงหันไปมองหน้าแม่ทัพวาฮิมและกระซิบกับกสิณให้ทำอะไรบางอย่าง

ทางด้านกสิณที่พยักหน้าเข้าและจัดการยกมือชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้าและขณะนั้นเองก็เกิดแผ่นดินไหวขึ้นมาทันทีแต่คนที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้นั้นก็คือแม่ทัพวาฮิมนั่นเอง

เจ้าพวกที่ตอนแรกจะกรูเข้ามาจับตัวพวกเขานั้นก็รีบก้มตัวลงต่ำพร้อมกับประธานาธิบดีเองก็หมอบลงกับพื้นเหมือนกันหมอภวัสที่เห็นว่าเป็นโอกาสดีที่ควรจะไปตั้งหลักและวางแผนรับมือเสียก่อนจึงจัดการโบกแขนข้างที่สวมกำไลเอาไว้และก็เกิดพายุพัดเอาดินบริเวณนั้นขึ้นมาฟุ้งไปหมด

ทันทีที่พวกประธานาธิบดีกำลังหมอบพร้อมกับหลับตาแน่นแต่ก็มีบางคนพยายามลืมตาขึ้นมาดูก็พบว่าทันทีที่ฝุ่นจางคนทั้งหมดก็อัตราธารหายไปจนหมด

ประธานาธิบดีไซฟาลที่เมื่อลุกขึ้นมาได้ก็จัดการปัดฝุ่นที่เปรอะเปื้อนตามเสื้อผ้าก่อนจะหันไปโวยวายกับลูกน้องที่อยู่รายล้อมด้วยท่าทีที่เกรี้ยวกราด

พวกแกนี่ไม่มีน้ำยาเลยดูสิคนแคไม่กี่คนก็ปล่อยให้หนีไปได้
โธ่....ท่านมันเป็นเหตุสุดวิสัยนะครับก็อยู่ ๆ แผ่นดินก็เกิดไหวขึ้นมา ตัวท่านเองก็ยังรีบหมอบลงเลย

ท่านประธานาธิบดีที่ตอนนี้ถ้าดวงตาเป็นไฟเจ้าคนที่ยอกย้อนอาจลุกไหม้ไปแล้วก่อนจะจัดการเข้าไปดึงคอเสื้อของคนปากเปราะดังกล่าวก่อนจะพูดด้วยเสียงที่รอดไรฟันออกมา

ปากดีอย่างนี้แต่ทำงานไม่ได้เรื่อง ฉันจะให้โอกาสพวกแกอีกครั้งถ้าไม่ได้เรื่องอีกเตรียมตัวตายได้
แต่ว่าท่านครับ

เจ้าคนที่เป็นหัวหน้ากำลังยืนก้มหน้าด้วยท่าทางที่กำลังสำนึกผิด จนคนเป็นนายเห็นแล้วรำคาญจึงพูดออกมา

ไม่ต้องมาทำอย่างนั้นฉันพูดเอ้า....รีบกลับกันสิวะจะรอให้พวกแมงมุมออกมาอีกหรือไง ยืนเซ่อกันอยู่ได้

ทั้งหัวหน้าและลูกน้องทั้งหมดที่มาตอนแรกก็ฮึกเหิมดีแต่ตอนนี้พวกเขากำลังทำท่าเหมือนหมดอาลัยตายอยากในระหว่างทางที่นั่งรถกลับกันนั้นก็มีคนพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดออกมาว่า

พวกเราจะไหวรึวะเนี่ยพวกนั้นนะดูเหมือนว่าจะมีคนที่มีเวทมนต์อยู่ด้วยและที่สำคัญมากที่สุดก็คือตนที่ท่านประธานาธิบดีต้องการตัวนั้น ดูท่าจะไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ นะเนี่ย

ในตอนนี้คนที่เป็นหัวหน้าก็พยักหน้าเห็นด้วยแต่ก็ไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไรออกมาเอาแต่นั่งเงียบก่อนจะเสมองออกไปนอกหน้าต่าง แล้วจึงพูดออกมา

ฉันคิดถูกหรือเปล่าที่พาพวกเราเข้ามาทำงานกับท่านประธานาธิบดีนี่

ทุกคนที่อยู่ที่นั่นได้แต่มองหน้ากันไปมาแต่ไม่มีใครพูดอะไรออกมาเสยสักคำจนกลับไปเข้าไปถึงตัวเมือง

ทางด้านหมอภวัสที่ตอนนี้ได้พาพวกพ้องกลับมายังที่จอดรถก่อนจะช่วยกันนำสัมภาระทั้งหมดขึ้นเก็บแล้วให้เจ้าชายฮาริชขับรถกลับไปยังที่พักทันที

ในระหว่างทางนั้นไม่มีใครพูดอะไรออกมาเพราะทุกคนมัวแต่ครุ่นคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นแต่มีเพียงคนเดียวที่ตอนนี้คิดอะไรบางอย่างออกและจัดการเข้าไปนั่งกระแซะกสิณที่ตอนนี้กำลังทำคิ้วขมวดกันอยู่จนไม่ได้สนใจแม่ทัพวาฮิมที่นั่งอยู่ข้าง ๆ

ที่ตอนนี้กำลังเลื่อนมือขึ้นมาโอบไหล่คนที่อยู่ข้างอย่างย่ามใจ ชวกรที่ตอนแรกมัวแต่หันไปมองที่นอกหน้าต่างด้วยความไม่ค่อยสบายแต่แล้วก็ต้องหันกลับไปหากสิณเมื่อพบว่าวาฮิมกำลังไล้มือลงไปตามคอเสื้อของคนที่กำลังนั่งหน้านิ่วอยู่

วาฮิมช่วยเอามือออกไปจากกสิณเดี๋ยวนี้เลย สิณระวังตัวหน่อยสิอย่ามัวแต่เหม่อ ปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้แม่ทัพเขาลวนลามอยู่ได้

กสิณที่เมื่อถูกชวกรเรียกก็รู้สึกว่ากำลังถูกวาฮิมทำอะไรอยู่และสิ่งแรกที่ทำเมื่อรู้ตัวก็คือกระทุ้งศอกใส่ไป 1 ครั้ง ทำให้วาฮิมต้องรีบเอามือกุมหน้าท้องของตัวเองเอาไว้

ทำไมทำอย่างนี้หล่ะ มันเจ็บนะที่รัก

กสิณที่หันไปค้อนควักให้ก่อนจะตอบออกมาด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจ

ก็ทะลึ่งก่อนนี่คนกำลังคิดอะไรเพลิน ๆ อยู่ ดีนะที่กรเรียกให้รู้ตัวซะก่อนไม่งั้นนายคงทำอะไรมากกว่านี้แน่

แต่ภายในใจนั้นกสิณได้แต่รู้สึกขอบคุณกับการชอบลวนลามของแม่ทัพวาฮิมเพราะว่าดูท่าตอนนี้ชวกรก็เริ่มเกิดอาการหวงเขาออกมาแล้ว

หมอภวัสที่นั่งอยู่ด้านหน้ากับเจ้าชายฮาริชที่ตอนนี้ก็ทำสีหน้ายุ่งพอ ๆ กับคนที่ขับรถอยู่หันมาพูดกับวาฮิม

แม่ทัพวาฮิมที่ตามมานี่ไม่ได้คิดจะมาช่วยพวกเราอย่างที่บอกกับพี่ชายของท่านใช่ไหมนี่ คงคิดถึงแต่จะลวนลามกสิณอย่างเดียวสินะ

แม่ทัพที่ถูกหมอภวัสตำหนิตรง ๆ ก็ทำหน้าตาเหมือนไม่เข้าใจก่อนจะย้อนถามกลับมา

แล้วมันผิดหรือท่านการที่เราคิดแต่เรื่องของคนที่เราชอบนะ
มันก็ไม่ผิดหรอก แต่ต้องไม่ใช่ในสถานการณ์อย่างนี้ท่านแม่ทัพ

กสิณที่ตอนนี้ขยับไปเบียดกับชวกรจนแทบจะขึ้นไปนั่งตักอยู่แล้วกคราวนี้ชวกรที่ไม่มีท่าทีรังเกียจรัง
งอนแถมยังใช้มือโอบไหล่ให้เข้ามาใกล้ยิ่งกว่าเดิม

กสิณที่ตอนนี้ก็ได้แต่นึกขอบคุณแม่ทัพขี้หลีอย่างมากเพราะไม่งั้นชวกรคงไม่ยอมโอนอ่อนให้ขนาดนี้

แม่ทัพวาฮิมที่ไม่แสดงสีหน้าอะไรแต่ก็พยามขยับเข้าตัวเข้าไปหากสิณมากกว่าเดิมกสิณที่ตอนนี้ก็พยายามเอามือดันร่างของแม่ทัพเอาไว้

ทันที่ที่มาถึงที่พักของชวกรหมอภวัสก็จัดการร่ายเวทย์เพื่อปกป้องเอาไว้เมื่อเสร็จแล้วจึงพูดออกมา

สิณคุณคงต้องพักอยู่ที่นี่ก่อนแล้วหล่ะ

กสิณที่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายได้ร่ายเวทย์ป้องกันเอาไว้แล้วก็กะจะกลับที่พักของตัวเองก็ต้องชะงักก่อนหันมามองหน้าคนพูดอย่างไม่เข้าใจ

ทำไมหล่ะครับก็พี่หมอก็ร่ายเวทย์แล้วไมมีอะไรน่าห่วงหรอกนะครับ

ชวกรที่มองหน้าคนถามก่อนจะหันไปสบตากับศัตรูของหัวใจที่ตอนนี้กำลังส่ายหน้ากับความไร้เดียงสาของคนที่ตัวเองหลงรักก่อนจะตอบออกมาแทน

ที่ท่านเจอร์ไมน่าร่ายเวทย์เพื่อป้องกันนะถูกแล้วแต่คุณไม่รู้จริง ๆ หรือว่าตอนนี้เป้าหมายของอีกฝ่ายก็คือคุณนะคุณต้องอยู่ที่นี่นั่นแหละส่วนเรื่องข้าวของเดี๋ยวผมไปจัดการให้

กสิณที่ตอนนี้กำลังงงเพราะตอนนี้เขากลายเป็นคนที่ต้องโดนทุกคนปกป้องซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่ต้องการเลยสักนิดแต่เมื่อคิดดี ๆ ก็พบว่าการเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ก็ดีไปอย่างเขาจะได้ใกล้ชิดกับชวกรมากกว่าเดิม

เมื่อคิดได้อย่างนั้นเขาก็เดินตาม 2 พี่น้องเข้าไปที่ด้านในก็ปรากกฎว่าชวกรและหมอภวัสที่ตอนนี้กำลังเก็บข้าวของออกมาจากห้องของชวกรไปที่ห้องที่หมอภวัสอยู่

กสิณที่ตอนแรกมองด้วยความไม่เข้าใจก่อนจะถามออกมา

ทำไมต้องย้ายของไปที่ห้องพี่หมอด้วยหล่ะครับ

ชวกรที่ตอนแรกเดินออกไปนอกห้องแล้วก็หันกลับมามองหน้าคนถามก่อนจะตอบออกมาว่า

สมองเขามีเอาไว้คิดนะครับคุณกสิณหันใช้ซะบ้างเดี๋ยวก็ฝ่อหมดพอดี

กสิณที่ตอนทำหน้าเหมือนน้อยใจที่ถูกชวกรว่ากลับมาจนคนที่เพิ่งพูดเมื่อกี้หันมามองอย่างอ่อนใจก่อนจะเดินเข้าไปหาก่อนจะตบบ่าและพูดต่ออีก

ขอโทษที่พูดแรงไปนิดนึงที่ฉันทำอย่างนี้ก็เพื่อตัวนายเองนะหรือว่านายอยากนอนข้างนอกกับวาฮิมก็ได้นะ
อะไรนะเจ้าแม่ทัพปลานั่นก็จะอยู่ที่นี่ด้วยเหรอครับพี่หมอ

พอได้ฟังอย่างนั้นก็รีบหันไปตั้งคำถามกับหมอภวัสทันที คนที่ถูกตั้งคำถามทำสีหน้าเหมือเบื่อหน่ายไม่อยากตอบก่อนจะพยักหน้าและตอบออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบ

นายไม่เห็นหรือไงกระตือรือร้นไปเก็บของมาให้นายขนาดนั้นคิดหรือว่าจะยอมกลับไปง่าย

กสิณที่ตอนน้ำทำหน้าเหมือนกับคิดได้ก็รีบพยักหน้าก่อนจะเข้ามาช่วยกันย้ายข้าวของของชวกรตามไปอย่างเงียบ ๆ

แต่กร ถ้าอย่างนั้นก็ให้ผมเข้ามานอนกับกรในห้องนี่เลยก็ได้ไมเห็นต้องย้ายเลย

ชวกรที่ตอนนี้หันไปมองหน้าพี่ชายของตัวเองก่อนจะส่ายหน้าแล้วตอบออกมา

ไม่ได้หรอกเพราะผมไม่ไว้ใจคุณ แค่นี่เข้าใจหรือเปล่า ถ้าเข้าใจแล้วก็ช่วยกันย้ายของต่อจะเสร็จเร็ว ๆ

ส่วนวาฮิมที่หายออกไปสักพักใหญ่ ๆก็กลับมาพร้อมกับของใช้ส่วนตัวของกสิณที่แทบเรียกว่าเก็บมาเกือยหมดห้องรวมทั้ง คอมพิวเตอร์โน๊ตบุคส์ด้วย

กสิณที่ตอนแรกเห็นของกองที่หน้าห้องของ 2 พี่น้องก็มองอย่างงง ว่าวาฮิมทำได้อย่างไรคนเดียวแต่แล้วก็รู้เพราะ
ทันทีที่เขาเปิดประตูและทำท่าจะมายกของ ๆ ตัวเองเข้ามาในห้องนั้นของทั้งหมดก็ลอยเข้าไปที่ห้องด้านในและจัดการจัดเรียงตัวเองอย่างเป็นระเบียบ

กสิณที่เมื่อเห็นอย่างนั้นก็ได้แต่ยิ้มให้กับคนตรงหน้าด้วยความซาบซึ้งใจและคิดว่าแม่ทัพวาฮิมก็คงรู้เพราะสีหน้านั้นพึงพอใจอย่างมาก

ชวกรที่ตอนนี้เห็นว่าข้าวของเป็นระเบียบไม่ต้องเข้าไปทำอะไรก็เลยจัดการส่งอุปกรณ์ทำความสะอาดให้กับแม่ทัพที่ตอนนี้ทำตาเชื่อมใส่กสิณอยู่อย่างไม่สนใจใครทั้งสิ้น

ท่านแม่ทัพในเมื่อช่วยแล้วก็จัดการช่วยให้ตลอด เอ้า.....รีบจัดการเลยกสิณเขาจะได้นอนสบาย ๆ แค่นี้คงทำได้ใช่ไหม ส่วนคุณนะสิณ มานี่เลยมาช่วยกันทำอาหารจะได้เสร็จไวไว

หมอภวัสที่เห็นอากัปกิริยาทั้งหมดของ คนทั้ง 3 ก็หันไปมองหน้าเจ้าชายฮาริชที่ตอนนี้แสดงสีหน้ายุ่งยากกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า

ส่วนทางด้านประธานาธิบดีไซฟาลที่ตอนนี้กำลังทีอาการหงุดหงิดเหตุเกิดจากการไม่ได้ดั่งใจของลูกน้องได้แต่มองรูปภาพที่อยู่ในมือแล้วก็พูดกับรูปนั้นว่า

ท่านอย่าคิดนะว่าเรื่องมันจะจบแค่นี้ ข้าไม่มีทางปล่อยเจ้าชายกับท่านเจอร์ไม่น่าไปหรอกท่านไม่น่าด่วนตายไปซะก่อน ไม่งั้นท่านก็จะเห็นว่าข้าจะทำให้ประเทศนี้ไม่เงียบสงบอีกต่อไป

เมื่อพูดจบก็จัดการเก็บรูปถ่ายไว้ที่เดิมก่อนจะเหม่อมองออกไปที่ด้านนอกหน้าต่างที่เปิดเอาไว้และสิ่งที่เห็นผ่านหน้าต่างนั้นก็คือ ภูเขาที่เป็นที่ตั้งของป่าศักดิ์สิทธิ์และน้ำตกเซฟาน่านั่นเอง

กสิณที่ตอนนี้ได้ถูกจัดให้อยู่ในห้องของชวกรโดยที่เจ้าของห้องนั้นย้ายไปนอนที่ห้องของคนเป็นพี่ ที่พอเขาได้รู้อย่างนั้นก็ยิ่งรู้สึกขอบคุณประธานาธิบดีที่เข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นท่านเจอร์ไม่น่า ไม่งั้นเขาคงจะไม่ได้มาอยู่ที่นี่เป็นแน่

แต่ยังมีสิ่งที่ทำให้เขาไม่ค่อยชอบใจอยู่อย่างก็คือ วาฮิมที่นอกจากจะไม่ยอมกลับแถมยังมาขออาศัยออยู่ที่นี่อีกต่างหากในตอนแรกเจ้าแม่ทัพ ก็ขอเข้าไปนอนกับเขาในห้องด้วยดีแต่ว่าอีก 3 คนที่เหลือไม่เห็นด้วยโดยเฉพาะหมอภวัสที่สั่งห้ามอย่างเด็ดขาด

วาฮิมที่โดนคำสั่งจากท่านเจอร์ไม่น่าก็ได้แต่นิ่งเพราะไม่พอใจแต่ขัดไม่ได้เขาจึงต้องอาศัยนอนที่ห้องนั่งเล่นแทนส่วนเจ้าชายฮาริชที่ตอนนี้ต้องรีบจัดการเอาของบางอย่างที่ เพื่อที่จะกลับมาอาศัยอยู่ที่นี่ด้วย

หมอภวัสที่ได้ยินอย่างนั้นก็ได้แต่มองไปรอบ ๆ ห้องที่อยู่เพราะคิดไม่ออกว่าผู้ชาย 5 คนจะมาอาศัยอยู่ในที่ที่เหมาะสำหรับพักอาศัยแค่ 2 คนได้อย่างไร

เมื่อจำต้องมาอยู่ด้วยกันทั้งหมดกสิณที่ได้นอนห้องเดี่ยวโดยที่เจ้าชายฮาริชและวาฮิมรับหน้าที่เป็นยามเฝ้าหน้าประตูห้อง เจ้าชายฮาริชอาสาไปเฝ้าที่หน้าห้องของคุณหมอภวัสกับชวกร ส่วนแม่ทัพวาฮิมนั้นก็ยึดหน้าห้องกสิณเป็นที่พำนัก

กสิณที่รู้ว่าเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ก็ได้แต่รู้สึกกระวนกระวายใจเพราะกลัวว่าตนเองจะเสียทีวาฮิมตอนนอนหลับก็เลยมาปรึกษากับ 2 พี่น้องทันที

พี่หมอ กรช่วยหาวิธีไม่ให้เจ้าแม่ทัพบ้านั่นมันเข้าไปลักหลับผมหน่อยได้ไหมครับ

หมอภวัสที่หันไปมองหน้าชวกรที่พยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะแสดงความเห็นออกมา

พี่ร่ายเวทย์ให้แม่ทัพเขาเข้าไปไม่ได้หรือเปล่าครับ

หมอภวัสนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบออกมา

เวทย์ที่ไม่ให้เข้าไปที่ห้องได้งั้นเหรอเอาอย่างนี้ดีกว่าเดี๋ยวพี่จัดการให้

เมื่อถึงเวลาเข้านอนก็ตามที่ตกลงกันไว้คือสองพี่น้องก็เข้าไปนอนด้วยกันโดยมีเจ้าชายฮาริชนอนอยู่ที่ด้านหน้าประตูห้องส่วนกสิณที่ได้สิทธิ์นออนคนเดียวนั้นก็มีแม่ทัพวาฮิมนอนเฝ้าอยู่ทีด้านหน้าประตู

ในขณะที่ทุกคนนอนกันหมดแล้วนั้นวาฮิมที่ตอนนี้ค่อย ๆ หมุนที่ลูกบิดประตูก็พบว่าติดล๊อกอยู่ก็เลยจัดการร่ายเวทย์เพื่อที่จะปลดล๊อกดังกล่าว

แต่ทันทีที่เขาเห็นประตูห้องที่ถูกล๊อกจากด้านในเปิดออกก็พบว่า



TBC.

2007/Jun/05

วาฮิมที่เมื่อคิดออกแล้วว่ากสิณไปอยู่ที่ไหน ก็ได้แต่หัวเราะ ก่อนที่ไปจัดการสั่งใหัคนที่อยู่ด้านนอกนำสัมภาระของเจ้าตัวไปให้พร้อมกับฝากข้อความไปด้วย

ทางด้านกสิณที่นอน ๆอยู่ดีๆ ก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบก็เลยลุกขึ้นมานั่งมองหน้าเจ้าชายฮาริชที่ตอนนั้นกำลังหลับสนิทพร้อมกับละเมอเรียกคุณหมอภวัสอยู่

คุณหมอครับมาม๊ะ....มาให้ผมหอมซ้ายหอมขวาซะดี ๆ อย่าวิ่งหนีผมไปอย่างนั้นสิครับ

เมื่อได้ยินอย่างนั้นกสิณที่กำลังรู้สึกไม่สบายใจก็ยิ่งรู้สึกหมั่นไส้มากก็เลยจัดการเอาหมอนที่ตัวเองใช้หนุนอยู่กดลงไปบนใบหน้าของคนที่กำลังละเมอด้วยความรู้สึกหมั่นไส้

ทางด้านคนที่โดนแกล้งที่ตอนนี้รู้สึกอึดอัดหายใจหายคอไม่สะดวกก็พยายามเอามือดึงเอาสิ่งที่ขัดขวางการหายใจของตัวเองออกแต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะว่ากสิณกดเอาไว้แน่นเมื่อรู้สึกว่าไม่ไหวเจ้าชายจึงได้ลืมตาขึ้นมามองว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนเอง

เฮ่ย....สิณนายทำอะไรวะทำไมเอาหมอนมาอุดจมูกฉันเอาไว้ นี่จะฆ่าเพื่อนเลยหรือไงวะ
กสิณที่ตอนนี้ขว้างค้อนมาให้คนที่กำลังต่อว่าก่อนจะตอบออกมา

รำคาญคนละเมอเรียกแต่ชื่อคุณหมอคนสวยอยู่นะสิ น่ารำคาญชะมัด ไม่เกรงใจคนที่ต้องนอนด้วยเลย
เจ้าชายฮาริชที่ตอนนี้มองหน้าของคนพูดแล้วก็ยิ้มให้ก่อนจะพูดต่อ

ไอ้นี่....ถ้าจะบ้าอะไรวะเพื่อนจะนอนละเมอถึงชื่อคนที่ชอบก็ไม่ได้ ทำไมนายนอนไม่หลับแล้วฉันต้องตื่นเป็นเพื่อนเรอะไง

กสิณที่ตอนนี้ก็เลยจัดการเอาหมอนที่อยู่ในมือฟาดลงไปที่ใบหน้าของเพื่อนก่อนแล้วจึงตอบคำถามดังกล่าว
แกสิบ้า ไอ้เจ้าชายคลั่งรัก เพื่อนกำลังเดือดร้อนนะสนใจกันบ้าง

เจ้าชายฮาริชที่ยิ่งมองหน้าของเพื่อนที่ตั้งแต่คบกันมาเขาก็เพิ่งจะสังเกตว่าเจ้าเพื่อนของเขาคนนี้มองดีก็หน้าตาดีเหมือนกัน และยิ่งมาทำท่าแง่งอนใส่เขาอีกก็ยิ่งขำแต่ก็ต้องอดทนเอาไว้แม้ว่าสำเร็จแต่แววตานั้นไม่อาจปกปิดเอาไว้ได้

ดังนั้นเมื่อกสิณที่มองหน้าเพื่อนก็พบว่าที่แววตาของเพื่อนกำลังสั่นระริกด้วยอาการที่เขาเห็นก็รู้ว่าเพื่อนกำลังกลั้นหัวเราะอยู่

ยัง....ยังมาแอบหัวเราะอีก ทำไมว๊าทำไมเจ้าแม่ทัพนั่นมันถึงไม่มาชอบนายให้รู้แล้วรู้รอดไปวะ
เจ้าชายฮาริชที่เห็นว่าเพื่อนกำลังฟุ้งซ่านก็เลยใช้มือตบบ่าเพื่อนก่อนที่จะกดบ่าให้ลงนอนเหมือนเดิมก่อนจะพูดปลอบออกมา

คิดในแง่ดีสิวะสิณ มีคนรักก็ดีกว่ามีคนเกลียดไม่ใช่เหรอฉันว่าเจ้าแม่ทัพนั่นก็คงไม่ทำอะไรแกหรอกน่า แค่แกล้งนิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้น

กสิณที่ได้ฟังเพื่อนปลอบในตอนแรก ก็ทำท่าจะปลงแต่พอได้ยินคำท้าย ๆ ที่ว่าแกล้งนิดหน่อยก็หันไปจ้องหน้าคนที่นอนพูดอยู่ข้าง ๆ

เฮ่ย.....มันไม่ได้แค่แกล้งนิด ๆ หน่อยนะ นี่มันเล่นซะฉันเนียนไปหมดทั้งตัวเลย แถมยังมาจับแต่งหน้าแต่งตัวเหมือนผู้หญิงอีก นี่เหรอที่นายว่ามันรักฉัน

เจ้าชายฮาริชที่ตอนนี้เขยิบออกไปที่ด้านข้างมากกว่าเดิมก่อนจะตอบ
ก็เขารักแกมากเขาก็เลยอยากเห็นสิว่าถ้าทำแบบประเพณีเขาแล้วแกจะสวยขนาดไหน ฉันเองเป็นเพื่อแกมาหลายปีฉันก็ยังอึ้งเลยเมื่อเห็นนายโดยจับแต่งตัวแล้วออกมาดูดี

กสิณที่พอได้ฟังอย่างนั้นก็หันหลังให้ก่อนจะล้มตัวลงนอนและพยายามหลับตาให้แน่นเพื่อที่จะนอนหลับให้สนิท เพราะเริ่มคิดได้แล้วว่าการมาคุยกันในเรื่องนี้ไม่มีประโยชน์ เพราะเดี๋ยวก็วกกลับมาที่ความรักของเจ้าแม่ทัพปลาคราฟท์เหมือนเดิมอยู่ดี

เจ้าชายฮาริชที่เห็นว่าเพื่อนเงียบไปแล้วก็ลุกขึ้นมองหน้าคนที่กำลังหลับก่อนจะรำพึงกับตัวเอง
กสิณเอ้ย.....แกจะทำอย่างไงกับชีวิตของแกกันน้าฉันอยากรู้จัง

คุณหมอที่อยู่อีกห้องหนึ่งนั้นในตอนน้ำกำลังนอนหลับอย่างมีความสุขพร้อมกับกอดชวกรไปด้วยคนเดียวที่ตอนนี้อยู่อย่างไม่เป็นสุขก็คงจะมีแค่กสิณเพียงคนเดียว

เมื่อปลงตกได้แล้วกสิณที่พยายามข่มตานอนให้หลับเพราะไม่งั้นถ้าเขาลุกไม่ไหวมีความเป็นไปได้ว่าเจ้าพวกนี้ต้องทิ้งเขาอย่างไม่ใยดีอย่างแน่นอนกสิณคิด

และแล้วก็ถึงเวลาเช้าตรู่ที่กสิณแม้จะนอนหลับไปได้แค่ 4 ชั่วโมงแต่เขาก็เป็นคนแรกที่ตื่นแต่ก็พบว่าตัวเองกำลังโดนเพื่อนร่วมห้องกอดรัดอย่างแนบแน่นพร้อมกับไซร้ไปมาที่ซอกคออีกต่างหากพร้อมกับเรียกชื่อหมอภวัสไปด้วย

คุณหมอครับอย่าดิ้นสิครับ ทำไมหล่ะแหมก็ผมชอบหมอมากนะครับ อย่าหนีสิครับ

กสิณที่ก็รู้ว่าเพื่อนของตนเองละเมออีแล้ว ก็พยายามจัดการแกะมือของเพื่อนที่ตอนนี้กลายเป็นญาติกับปลาหมึกไปแล้วเพราะว่ามือเหนียวเหลือเกินพอเอาตัวเองออกมาจาอ้อมแขนของเพื่อนได้ สิ่งแรกที่เขาทำก็คือจัดการใช้เท้ายันเจ้าเพื่อนตัวดีให้ตกลงไปกองที่ข้างเตียงก่อนจะลุกไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างสบายใจ

เจ้าชายฮาริชที่ตอนนี้ลืมตาตื่นอย่างเต็มที่เกิดจากการตาสว่างเพราะการปลุกอย่างนุ่มนวลเสียเหลือเกินของเพื่อนรัก

เมื่อลุกขึ้นมาได้ก็จัดการสะบัดเนื้อสะบัดตัวก่อนจะลุกบิดซ้ายทีขวาที่เพื่อให้ตัวเองลืมตาตื่นได้เต็มที่ก่อนที่จะเดินไปแอบที่หน้าประตูห้องน้ำเพื่อจัดการกับคนที่ปลุกเขาจนตื่น

กสิณที่หลังจากอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าของตัวเองก็ได้แต่ยืนครุ่นคิดถึงคำที่พูดของวาฮิมที่ฝากมากับทหารที่เอาสัมภาระมาคืนให้

ครั้งนี้จะยอมให้แต่ถ้ามีโอกาสอีกครั้งอย่าคิดว่าจะรอดไปได้

เพราะว่ามัวแต่คิดถึงคำพูดดังกล่าวทำให้ไม่ได้ระวังตัวเมื่อเดินออกมาจากห้องน้ำจึงถูกใครบางคนกอดรัดจากด้านหลังพร้อมกับเอามืออุดปากตัวเองไว้แถมด้วยการไซ้ซอกคอ

อื้อ.....อื้อ.......

เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่ยอมปล่อยแถมยังทำการลวนลามเขาไม่เลิกกสิณที่กำลังจะตัดสินใจขึ้นเด็ดขาดอยู่ก็เหมือนกับโชคช่วยเพราะ 2 พี่น้องที่อยู่อีกห้องหนึ่งก็เปิดประตูเดินเข้ามาแล้วก็ได้เห็นว่าตอนนี้เจ้าชายฮาริชกำลังกอดและไซร้กสิณอยู่อย่างเมามันจึงได้กระแอมขึ้นเพื่อให้ ทั้ง2 คนรู้ตัวว่าที่นี่มีบุคคลที่ 3 และ 4 อยู่ด้วย

อะแฮ้ม.....ทำอะไรกันระวังหน่อย

ตอนนี้เจ้าชายฮาริชที่รีบปล่อยมือออกจากตัวของกสิณก่อนที่จะรีบเดินเข้าไปหาหมอภวัสด้วยหน้าตาปกติเหมือนกับก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

กสิณที่เมื่อหลุดพ้นจากการโดนลวนลามก็พบว่าคนที่ทำก็คือเจ้าชายฮาริชเพื่อนของเขานั่นเอง เมื่อรู้แล้วว่าเป็นใครก็รีบเดินกลับเข้าไปที่ห้องน้ำจัดการล้างตรงส่วนที่ถูกคนที่เป็นเพื่อนสัมผัสก่อนจะเดินเข้าจัดการตบไปที่ศีรษะของคนที่กำลังยืนคุยกับหมอภวัส

หมอภวัสที่เห็นกสิณทำอย่างนั้นก็อดขำไม่ได้จึงรีบหันหลังให้พร้อมกับมือที่อุดปากเอาไว้เพื่อไม่ให้เสียงลอดออกมา


เจ้าชายฮาริชที่ตอนนี้กำลังหันหลังให้พร้อมกับส่งยิ้มพิมพ์ใจให้กับคุณหมออยู่กับหันควับกลับมาหาคนที่ประทุษร้ายร่างกายของตนเองทันที

เฮ้ย....อยู่นายมาตบหัวฉันทำไมวะ

ไอ้นี่.....นี่แกทำอะไรแกไม่รู้ตัวหรือไง อยู่ๆ ก็เข้ามากอดมาไซ้แกเป็นอะไรหรือว่าแกคิดจะแอ้มฉันเหมือกับเจ้าวาฮิมทำอย่างนั้นเรอะไง ตอบมาเดี่ยวนี้เลยนะ ไม่รู้ว่าคิดอะไรถึงได้ทำอย่างนี้ขยะแขยงชะมัดเลย นี่ฉันคงต้องใช้แอลกอฮอล์เช็ดอีกรอบสินะถึงจะวางใจได้ว่าเชื้อบ้าของนายไม่มาติดฉัน

กสิณที่ตอนนี้ทำหน้าตาประกอบให้รู้ว่าตัวเองรู้สึกอย่างที่พูดจริง

ผู้ต้องหาที่ตอนนี้หันมามองหน้าหมอภวัสก่อนจะรีบปฏิเสธด้วยเสียงสั่น ๆ

ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับผมก็แค่อยากแกล้งเจ้าสิณมันก็แค่นั้นไม่ได้คิดเป็นอย่างอื่น เลยจริง ๆ สาบานได้

ส่วนกสิณที่เห็นคนที่เมื่อกี้ยังลวนลามตัวเองอยู่แท้ แต่ตอนนี้กลับทำเหมือนกับว่าเรื่องที่ทำกับเขาเมื่อกี้เป็นเรื่องปกติแต่ก็ไม่สนใจอะไรเพราะตอนนี้ความสนใจไปอยู่ที่ชวกรคนที่เขาใฝ่ฝัน

ทางด้านหมอภวัสที่ตอนนี้มองหน้าเจ้าชายฮาริชด้วยสีหน้าคลางแคลงใจก่อนจะยิ้มแบบเชือดเฉือนให้แล้วจึงพูดออกมา

เป็นการแกล้งที่เหมือนจริงมาเลยนะคุณเจ้าชายถ้าผมกับน้องเข้ามาช้ากว่านี้อีกนิดคุณกสิณก็คงต้องแย่แน่เลยคุณนี่ชักเป็นคนที่ไม่น่าไว้วางใจเสียแล้ว

เจ้าชายฮาริชที่ตอนนี้ถูกปูนแดงหมายหัวก็ถึงกับหน้าตาหงอย ๆ ออกมาพร้อมกับทำท่าสำนึกผิดก่อนจะรีบหันไปขอโทษเพื่อนที่ตอนนี้ยืนอยู่ที่ด้านหลังของชวกรทันที

ขอโทษนะสิณเพื่อนรักอย่าโกรธเลยนะก็คิดจะแกล้งให้ตกใจก็เท่านั้นเอง
แต่ฉันว่านายอย่ามาแกล้งอย่างนี้กับฉันอีก ฉันไม่ชอบคนที่ฉันจะยอมทำอย่างนี้ได้ก็แต่กรคนเดียวรู้เอาไว้เสียด้วย

หมอภวัสที่ตอนแรกจะไม่พูดอะไรแต่ก็อดไม่ได้ที่จะสั่งสอนเจ้าชายที่ทำตัวเป็นเด็กขี้แกล้ง

เจ้าชายนะเจ้าชาย ถ้าแม่ทัพวาฮิมรู้เขาจะว่าอย่างไงน้า
คุณหมอก็อย่าบอกเขาสิครับเขาจะได้ไม่รู้

คุณหมอภวัสทำสีหน้าเหมือนกับไม่อยากพูดชวกรที่เห็นอย่างนั้นจึงพูดออกมาแทน

พวกเราไม่พูดหรอกแต่ว่าถ้าเขารู้เองก็ช่วยไม่ได้หรออกนะ เจ้าชาย

กสิณที่ตอนนี้หันไปมองหน้าทุกคนที่อยู่ที่นี่ว่ากำลังพูดเรื่องอะไรกันแล้วทำไมเจ้าเพื่อนตัวดีถึงต้องกลัวเจ้าแม่ทัพปลานั้นด้วย

เมื่อตกลงกันได้แล้วทุกคนก็รีบไปลาท่านผู้ครองเมืองทีนทีเพราะว่ากสิณอยากออกไปจากเมืองนี้เร็ว ๆ

แต่เมื่อเดินออกมายังที่ด้านหน้าที่พักก็พบว่าทั้งผู้ตรองเมืองและแม่ทัพวาฮิมก็มายืนรออยู่ก่อนแล้วกสิณที่ตอนนี้รีบเดินไปอยู่ที่ด้านหลังของชวกรทันที

แม่ทัพวาฮิมที่แม้จะเห็นอาการดังกล่าวก็ยังทำเฉยจนเมื่อทั้งหมดถูกเชิญให้ไปทานอาหารร่วมกันนั่นแหละที่วาอิมจัดการจับจองที่นั่งเพื่อที่จะได้นั่งประกบกสิณอย่างใกล้ชิด

หลังจากรับประทานอาหารเรียบร้อยแล้วหมอภวัสก็กล่าวคำอำลากับผู้ครองเมืองเพราะคิดว่าตัวเองนั้นตัองกลับเสียที

ท่านราฮิมพวกผมตกลงกันว่าเราจะกลับไปทำธุระที่ค้างคาให้เสร็จก่อนค่อยกลับมาเที่ยวกันต่อ ต้องขอโทษด้วยที่บอกกะทันหัน

ราฮิมที่เมื่อมองหน้าของหมอภวัสก่อนจะหันไปมองกสิณอย่างยิ้ม พร้อมกับพูดออกมา

เราเข้าใจว่าท่านจำเป็นจริง ๆ แต่เอาเถอะเราจะไม่ฝืนใจแต่ถ้าพวกท่านทำธุระเสร็จเมื่อไรอย่าลืมกลับมาตามสัญญาหล่ะ

หมอภวัสยิ้มก่อนที่จะเดินกลับมาที่ 3 คนที่นั่งรออยู่ก่อนจะพากันออกไปที่ประตูเมืองแต่ว่าแม่ทัพวาฮิมที่ตอนนี้ยังเดินตามมาห่าง ๆ

กสิณที่ตอนแรกคิดว่าเจ้าแม่ทัพปลาคราฟท์แค่เดินมาส่งแต่เมื่อเดินออกมาพ้นประตูเมืองแล้วตอนนี้หมอภวัสกำลังใช้อำนาจของกำไลแหวกน้ำให้แยกออกจากกันก็พบว่าอีกฝ่ายก็ยังก็ยังไม่กลับจึงถามออกมา

ทำไมยังไม่กลับเข้าเมืองไปหล่ะ ส่งแค่นี้ก็พอแล้ว
วาฮิมที่ตนนี้ส่ายหน้าพร้อมกับส่งรอยยิ้มที่คิดว่าหวานสุด ๆ มาให้ก่อนที่จะตอบว่า

ยังไม่กลับจะไปด้วย
อะไรนะนานจะไปกับพวกเราด้วยเหรอ

กสิณที่ได้ยินคำตอบอย่างนั้นก็ทำหน้าตกใจอย่างสุด ๆ ก่อนจะหันไปหาหมอภวัสและถามด้วยเสียงเหมือนกับไม่ค่อยพอใจ

พี่หมอรู้เรื่องนี้แล้วใช่ไหม

หมอภวัสที่ไม่รู้เริ่องมาก่อนสิ่งแรกที่ทำก็คือส่ายหน้าก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

พี่ไม่รู้เรื่องนี้อย่ามาทำเสียงอย่างนั้น พี่ไม่ชอบ

แล้วจึงหันไปถามคนที่กำลังทำให้การเดินทางของพวกเขาเกิดเรื่องขัดข้องหมองใจกันทันที
ท่านแม่ทัพวาฮิม ได้บอกท่านราฮิมพี่ชายของท่านหรือยัง

วาฮิมที่ตอนนี้กลายเป็นจุดศูนย์กลางทำหน้าเหมือนกับไม่ยี่หระต่อสายตาทุกคู่ที่จ้องมาที่เขาคนเดียวก่อนจะตอบ
ไม่ต้องห่วงหรอกท่านข้าบอกกับพี่ของข้าเรียบร้อยแล้ว เอาเถอะเราเดินทางกันต่อดีกว่านะ

พอพูดจบก็จัดการดึงมือของกสิณเข้าไปหาตนเองพร้อมกับจูงให้เดินนำหน้าไป โดยที่คนที่โดนจูงมือนั้นก็พยายามสะบัดแต่ก็ไม่สามารถจัดการอะไรได้

ทางด้านชวกรที่ตอนแรกเฉย และออกจะเย็นชากับกสิณแต่เมื่อเห็นว่าตัวเองกำลังมีคู่แข่งอย่างเห็นได้ชัด และอีกฝ่ายไม่ได้คิดล้อเล่นจึงเริ่มเกิดอาการอยากเอาชนะขึ้นมา จึงเร่งฝีเท้าเพื่อที่จะเดินไปให้ทัน

หมอภวัสที่มองมาจากทางด้านหลังก็ได้แต่กลั้นหัวเราะกับศึกชิงนายที่กำลังจะเกิดขึ้น ในขณะที่กำลังเดินออกมาเกือบถึงทางออกที่เป็นคนละทางกับขามานั้นเองก็พบว่าเมื่อทั้งหมดออกพ้นอาณาเขตของป่าศักดิ์สิทธ์ก็ปรากฏว่ามีกลุ่มคนกลุ่มใหญ่กำลังยืนรออยู่


TBC.

2007/May/14


ในขณะที่กสิณกำลังคิดหนักอยู่นั้น ชวกรที่ตอนนี้ไม่ได้รับรู้เรื่องราวใด ๆ ทั้งสิ้นเพราะตอนนี้กำลัง
ตื่นตาตื่นใจกับอาคารบ้านเรื่องของที่นี่ เพราะแต่ละหลังต่างก็ตกแต่งด้วยทองคำแท้ทั้งสิ้น

เมื่อเข้ามามาอาณาเขตพระราชวังก็พบว่าที่นั่นมีกลุ่มคนยืนรออยู่แล้วและเมื่อมองชัด ๆ ก็เห็นว่าคนเหล่านั้นมีหน้าเหมือนกับเจ้าแม่ทัพนั่นเอง

ข้ายินดีมากที่พวกท่านสละเวลาแวะเข้ามาเยี่ยมเมืองของเรา ข้าดีใจมากที่ได้เจอท่านอีกครั้งนะท่านเจอร์ไมน่า

ข้าก็ดีใจเช่นกันที่ได้กลับมาเยี่ยมท่านอีกและนี่ก็ข้าก็ขอแนะนำ เลยก็แล้วกันนี่คือน้องชายของข้าชวกรส่วนโน่นอ้าว.....หายไปไหนแล้วหล่ะ

คนที่หมอภวัสจะแนะนำตัวให้กับผู้ครองเมืองบาดาลนั้นกำลังถูกวาฮิมลากไปดูภาพปลาต่าง ๆ ที่ประดับที่ผนังแต่ตามสายตาของคนที่เห็นนั้นกลับเห็นว่าทั้งคู่กำลังอยู่ในห้วงแห่งรัก

คนโน้นนะข้ารู้แล้วว่าเขาเป็นใครไม่ต้องแนะนำตัวหรอกนะ นั่นคงเป็นคนที่วาฮิมคิดจริงจังสินะ

ชวกรที่เมื่อมองตามไปก็เห็นอย่างที่ท่านผู้ครองเมืองพูดแต่สำหรับเขานั้นได้แต่แอบขำเพราะถ้าดูดีดีก็จะเห็นว่ากสิณพยายนามเดินหนี ส่วนมือนั้นก็พยายามดึงให้หลุดจากการมือของวาฮิม

หลังจากนั้นก็หันมามองหน้าของท่านผู้ครองเมืองก็คลับคล้ายคลับคลาเหมือนกับเคยเห็นที่ไหนก็เลยสะกิดพี่ชายของตัวเองก่อนจะถาม

พี่แล้วท่านผู้ครองเมืองชื่ออะไรหล่ะพี่วัสยังไม่ได้บอกกรเลยนะ

หมอภวัสที่ตอนนี้ทำตาโตเหมือนกับนึกอะไรบางอย่างออกก่อนจะหันไปยิ้มหวานกับน้องชายที่ตอนนี้ทำหน้าตาสงสัยอยู่

เออ....นั่นสิพี่ลืมได้ไงเนี่ยท่านชื่อว่าราฮิมไงหล่ะ

ทำไมชื่อถึงคล้ายกับ......

ชวกรที่ทำสีหน้าตาเหมือนกับนึกอะไรบางอย่างออก

ที่เข้าใจไม่ผิดหรอกแม่ทัพวาฮิมเป็นน้องชายคนเดียวของท่านผู้ครองเมืองนั่นแหละ

เมื่อได้ยินอย่างนั้นชวกรที่ตอนนี้แสดงอาการกระดี๊กระด๊ามากกว่าเก่าเพราะชวกรที่ตอนนี้มีแผนที่ตัวเองคิดว่าดีแต่สำหรับกสิณคงไม่ใช่

ทางด้านกสิณที่ตอนนี้กำลังเซ็งกับวาฮิมที่ยังลากเขาไปห้องโน้นออกห้องนี้และในที่สุดก็มาถึงห้องนอนห้องหนึ่งที่ตกแต่งอย่างอลังการเตียงที่เขาเห็นนั้นท่าประมาณด้วยสายตาก็น่าจะประมาณ 8 ฟุต

หลังที่ยืนมองที่หน้าประตูห้องก็รู้สึกได้ถึงความไม่ชอบมาพากลก็เลยรีบหมุนตัวออกไปทันทีแต่ทว่าวาฮิมกลับไม่ยอมพร้อมกับฉุดเขาเข้าไปด้านในและผลักลงกับเตียงทันที

คิดจะทำอะไรหน่ะวาฮิมไหนบอกว่าจะพาเที่ยวชมสถานที่แล้วทำไมถึงได้พาเข้ามาที่นี่ นี่มันห้องใคร
จะห้องใครหล่ะจ๊ะที่รักก็ต้องห้องของพี่วาฮิมคนนี้นะสิถามมาได้ มามะมาให้พี่หอมให้ชื่นใจสักที

กสิณที่ตอนี้ลุกขึ้นจากเตียงและเดินวนหาทางออกโดยที่ตาก็ยังมองวาฮิมอยู่ด้วยแต่เนื่องจากว่าประตูที่จะออกจากห้องนั้นอยู่ที่ด้านหลังของวาฮิมการที่จะออกจากห้องให้ได้นั้นก็ต้องผ่านวาฮิมไปเสียก่อน

ในขณะที่กำลังคิดว่าจะหาทางอย่างไงได้ตัวเองได้พ้นวิกฤตนี้ก็เหลือบไปเห็นที่บริเวณหัวเตียงนั้นมีมีดด้ามสั้น ๆ อยู่ 1 ด้ามก็เลยจัดการเอาขึ้นมาแล้วก็จ่อไว้ที่คอของตัวเอง

อย่าเข้ามานะวาฮิมถ้านายเข้ามานายได้แต่ศพฉันแน่ฉันไม่ยอมให้นายเข้ามารังแกฉันได้หรอกนะ

วาฮิมที่เห็นว่าน้องน้อยของตนตอนนี้กำลังทำท่าเครียดและดูท่าคิดจะปาดคอตัวเองจริงก็เลยจำยอมเดินถอยหลังออกทางประตูก่อนจะรีบเปิดประตูและออกไปที่ด้านนอกพร้อมกับล๊อกประตูเอาไว้แล้วตะโกนเข้ามาบอกคนในห้องอีกว่า

น้องพักที่นี่ก่อนก็แล้วกันเดี๋ยวพอได้เวลาอาหารแล้วพี่จะให้เขาเอาเข้ามาให้ และพี่จะให้คนของพี่เข้ามาช่วยน้องอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ห้ามขัดขืนถ้าพี่ได้รับรายงานว่าน้องขัดขืนพี่จะรีบกลับเข้ามาทันทีเข้าใจไหม.....ทำไมเงียบตอบมาสิว่าเข้าใจ ถ้าไม่ตอบพี่จะ.......

กสิณที่ตอนแรกคิดว่าจะเงียบไม่ตอบรับหรือปฏิเสธแต่ก็มานำได้ว่าถ้าเกิดอีกฝ่ายโมโหเขาเองต่างหากที่จะเดือดร้อนจึงจำต้องตอบรับออกไปแบบไม่ค่อยเต็มใจนัก

รู้แล้วน่าจะไปไหนก็รีบ ๆ ไปเลย
ทำเสียงอย่างนี้ไม่อยากให้พี่ไปเหรอจ๊ะที่รัก พี่ไปไม่นานหรอกเดี๋ยวจะรีบกลับ รอพี่กลับมาทานข้าวด้วยกันนะจ๊ะ

ทันทีที่เงียบเสียงของแม่ทัพวาฮิมกสิณที่ตอนนี้รีบวิ่งมาที่หน้าประตูเพื่อจะเปิดออกไปข้างนอกแต่ก็ไม่สามารถเปิดออกไปได้เพราะว่าประตูได้ถูกล๊อกจากด้านนอก

และเมื่อมองออกไปทางหน้าต่างก็เห็นว่าที่หน้าต่างนั้นโล่งโปร่งไม่ได้มีลูกกรงมาบดบังทัศนียภาพด้านนอกแต่อย่างไรก็เลยยืนชมวิวที่นอกหน้าต่างพร้อมกับคิดหาวิธีออกไปจากห้องนี้

ในขณะที่กำลังคิดหาวิธีอยู่นั้นก็ก้มมองลงไปที่ข้างล่างก็เห็นว่าห้องที่อยู่นี่สูงขึ้นมาจากด้านล่างประมาณ 4 เมตรเมื่อเห็นอย่างนั้นกสิณก็ไม่รอช้าก็รีบจัดการรื้อตู้เสื้อผ้าที่อยู่ในห้องเพื่อหาตัวช่วย

แต่ทว่าในขณะที่กำลังจะรื้ออยู่นั้นก็ต้องชะงักรีบกลับมานั่งอยู่ที่เตียงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเพราะว่าประตูห้องที่ถูกล๊อกนั้นเปิดออก และมีหญิงสาวหน้าตาน่ารัก 4 คนเดินเข้ามา

และที่มือของแต่ละคนนั้นก็ข้าวของที่ดูเหมือนจะเป็นเสื้อผ้าที่จะให้เขาเปลี่ยน เครื่องประดับ เครื่องประทินโฉม
แต่ที่เขาสงสัยที่สุดก็คงเป็นหม้อทองเหลืองใบเล็กที่มีควันกรุ่นอยู่ด้วย

พวกเจ้าเหรอคนที่วาฮิมบอกว่าจะให้มาช่วยเราอาบน้ำ
เจ้าค่ะนายท่านสั่งมาว่าต้องทำให้ท่านงามที่สุด

กสิณที่ได้ยินก็ถึงกับอึ้งไปพักหนึ่งก่อนที่จะถามเพื่อย้ำว่าตัวเองได้ยินไม่ผิด
อะไรนะฉันนะเหรอจะงาม
ใช่แล้วค่ะ เข้ามาที่ห้องอาบน้ำวิเจ้าค่ะอย่าชักช้าเพราะว่าอีกนานกว่าจะเสร็จ

กสิณที่ตอนนี้กำลังคิดจะหาทางออกไปนอกห้องแต่ก็ไม่รอดไปจากเงื้อมมือของทั้ง 4 นางจำต้องเข้าไปที่ห้องอาบน้ำด้านในก็พบว่าตกแต่งอย่างงดงามเหมือนอย่างกับโรงแรมห้าดาว และก็ปล่อยให้พวกนางจัดการกับตัวเองตามความพอใจ

จะทำอะไรทำไมต้องจับเราขึงด้วยหล่ะก็อาบน้ำเสร็จแล้วไม่ใช่ปล่อยสิเราจะได้ใส่เสื้อผ้าเราอายนะ

แต่คนทั้ง 4 ก็ไม่มีใครสนใจที่จะตอบคำถามของเขาและแล้วในที่สุดเขาก็รู้แล้วว่าเจ้าหม้อทองเหลืองใบน้อยนั้นใช้ทำอะไร

โอ้ย......มันเจ็บน้าไม่ทำไม่ได้เหรอ
ไม่ได้เจ้าค่ะ เป็นธรรมเนียมของที่นี่ทนอีกนิดเดี๋ยวก็เสร็จ ถ้าทำบ่อย ๆ ก็จะไม่ค่อยเจ็บแล้วเจ้าค่ะ
อะไรน้า.............จะให้ทำบ่อย ๆ เหรอ ไม่เอา........ไม่เอาเจ็บจะตายอยู่แล้ว

อย่าดิ้นสิเจ้าค่ะใกล้เสร็จแล้วเจ้าค่ะ อย่าให้พวกดิฉันต้องจับท่านมัดเลยนะเจ้าค่ะ

ในช่วงแรกกสิณก็มีขัดขืนเพราะว่าไม่ได้แค่โดนแค่จับอาบน้ำอย่างเอี่ยมที่สุดในชีวิตอย่างเดียวอย่างที่ควรจะเป็นเพราะมีรายการแถมต่อก็คือการจับแวกซ์ขนเกือบทั้งตัว

ส่วนที่ไม่โดนก็คือเส้นผมบนศีรษะ ขนตา ขนคิ้วเท่านั้น ยังไม่พอเขายังโดนจับแต่งหน้าอ่อน ๆ ด้วยอีกต่างหากและทันทีที่เสร็จ 1 ใน 4 คนนั้นส่งกระจกมาให้เขาเกือบจำตัวเองไม่ได้

ส่วนเสื้อผ้าที่เอามาให้เปลี่ยนนั้นเมื่อเขาหยิบมันขึ้นมาดูก็พบว่ามันเหมือนกับเสื้อคลุมอาบน้ำที่ปักลวดลายแปลก ๆ แต่ก็งดงามตระการตาเพราะสิ่งที่ปักอยู่กับตัวเสื้อนั้นคืออัญมณีต่าง ๆ หลายชนิด กสิณคิดอยู่ในใจว่าถ้าออกไปจากห้องนี้ได้ต้องไม่ลืมเอาเสื้อตัวนี้ออกไปด้วย

แต่ว่าตัวเสื้อตัวนี้ก็มีข้อเสียก็คือไม่มีกระดุมหรือซิบแต่ใช้เพียงสายคาดเอวรัดเอาไว้แค่นั้นเสื้อตัวนี้จึงสามารถถูกคนอื่นถอดออกได้ง่ายมาแค่ ดึงสายคาดออกเท่านั้นเอง

ส่วนเครื่องประดับนั้นเขาก็โดนจับใส่ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เริ่มจากที่บนศีรษะมีเครื่องประดับผมที่เป็นรูปสัตว์น้ำต่าง ๆ ต่อมาก็คอที่มีจี้เป็นรูปปลาคราฟท์ ตัวสร้อยนั้นเป็นรูปหัวใจเล็กมาร้อยเข้าด้วยกัน

ที่ข้อมือนั้นก็เป็นกำไลแบบเรียบ แต่มีสัญลักษณ์เหมือนกับจี้ที่ห้อยคอแต่ที่ส่วนนี้มีการสลักชื่อของวาฮิมเอาไว้ด้วย ข้อเท้าของเขานั้นก็มีกำไลอีกต่างหาก

กสิณที่ตอนนี้กำลังยืนมองที่กระจกก็พบว่าตัวเองนั้นแพรวพราวไปหมดด้วยเครื่องประดับที่ถูกจับแต่งนั่นเอง

เมื่อเสร็จสิ้นการอาบน้ำและแต่งตัวกสิณ ก็ได้ทานอาหารเย็นในห้องเพียงคนเดียวเพราะวาฮิมได้ให้คนมาบอกว่าเขาถูกท่านผู้ครองเมืองเรียกตัวไปพบทำให้ไม่สามารถจะมาทานอาหารเย็นได้

กสิณที่ได้ยินคนที่มารายงานพูดอย่างนั้นก็แสร้งทำเป็นสีหน้าเหมือนไม่พอใจก่อนที่จะทานอาหารต่อโดยไม่พูดอะไรเพราะต้องการให้คนที่มาส่งข่าวกลับไปบอกอีกฝ่ายเพื่อให้วางใจ

หลังจากที่ทานอาหารเสร็จกสิณก็ไล่คนออกไปจากห้องทั้งหมดเพราะเขามีแผนการที่จะหนีแต่พวกที่วาฮิมส่งมาคุมนั้นถึงแม้จะยอมออกไปแต่โดยดีแต่ก็ล๊อกประตูไว้จากด้านนอกห้อง

กสิณที่ตอนนี้เริ่มรื้อตู้เสื้อผ้าของวาฮิมและในที่สุดก็เจอกับสิ่งที่ตัวเองต้องการและเป็นสิ่งที่วาฮิมและคนที่มาคุมเขาก็นึกไม่ถึงว่าเขาจะใช้เจ้านี่พาเขาออกไปจากห้องได้เพราะว่าสิ่งนั้นก็คือผ้าที่วาฮิมใช้พันที่ร่างกายท่อนบนนั่นเอง

หลังจากที่เขาลองดึงดูว่าผ้ามีความเหนียวพอที่จะใช้เป็นเชือกได้หรือไม่และเมื่อพบว่าสามารถใช้ได้เขาก็เลยกวาดเจ้าผ้าพวกนั้นออกมามัดต่อเป็นเชือกและจัดการผูกปลายข้างหนึ่งกับบานพับของหน้าต่างที่เขาหวังว่ามันคงจะทานน้ำหนักของตัวเขาได้

ก่อนจะจัดการโยนปลายอีกข้างลงไปทางหน้าต่าง ที่อาจจะเรียกได้ว่าโชคดีเพราะที่บริเวณรด้านล่างนั้นเป็นที่ที่ไม่ค่อยมีใครผ่านมาเขาก็เลยหนีออกมาได้โดยที่คนที่เฝ้าอยู่ด้านนอกไม่รู้เรื่อง

ทางด้านเจ้าชายฮาริช หมอภวัส และ ชวกรที่ตอนนี้กำลังอยู่ในห้องพักก็มาจับกลุ่มนั่งคุยกันอยู่เพราะตอนนี้เริ่มรู้สึกห่วงว่ากสิณจะเป็นอย่างไรบ้าง

กรไม่รู้ว่ากสิณจะเป็นอย่างไรบ้างคืนนี้ถ้าวาฮิมเขาไม่ยอมให้เราเอาตัวเขากลับไปด้วยจะทำอย่างไรดีหล่ะ

ชวกรที่นั่งนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

ก็ไม่อะไรผมก็รวยนะสิเพราะว่าค่าตัวหมอนั่นไม่ใช่น้อย ๆ

ทันที่ที่พูดจบชวกรก็ลุกขึ้นยืนแล้วก็รีบเดินออกไปข้างนอกห้องทันทีแต่ก่อนที่จะออกไปก็ไม่ลืมที่จะหันกลับมาบอกคนที่ยังอยู่ข้างในด้วยว่า

พี่เดี๋ยวผมไปเดินเล่นหน่อยนะเดี๋ยวกลับมา เจ้าชายช่วงที่ผมไม่อยู่ห้ามทำอะไรแปลก ๆ กับพี่ผมนะ

เจ้าชายฮาริชมองหน้าคนพูดที่แม้ว่าจะพยายามทำสีหน้าเหมือนไม่มีอะไรแต่เขาก็ดูออกว่าชวกรกำลังกังวลใจอยู่

แล้วคุณไม่คิดจะทำอะไรสักอย่างกับวาฮิมหน่อยหรือไงท่านเทพ

เจ้าชายฮาริชที่ตอนนี้หันกลับมาแล้วก็จัดการกอดรัดคนที่อยู่ข้าง ๆ อย่างมันเขึ้ยว แล้วแถมด้วยการจรดริมฝีปากลงไปที่ปากของคนที่ตัวเองกำลังกอดเบา ๆ 1 ครั้งก่อนจะปล่อยมือออก

หมอภวัสทันทีที่ถูกปล่อยก็จัดการใช้มือฟาดไปที่อกของคนที่กลั่นแกล้งตัวเองเข้าไปเต็มแรงก่อนที่จะตอบคำถามที่อีกฝ่ายถามค้างเอาไว้

ไม่จำเป็นเรื่องนี้เขา 2 คนต้องจัดการกันเอง เราเป็นคนนอกไม่ควรยุ่งเกี่ยว

ก็ได้ตามใจคุณ แต่ผมว่าวันนี้คุณควรจะรีบพักผ่อนเพราะว่าเราจะต้องรีบออกเดินทางกันตอนเช้า

หมอภวัสเงยหน้าขึ้นมองคนพูดก่อนจะพูดต่อไปว่า

จะรีบอะไรนักหนาเวลาที่นี่กับที่โน่นไม่เหมือนกันนะแต่เอาเถอะไปก็ได้เถ้าเสร็จงานแล้วก็ยังกลับมาที่นี่ได้อยู่ดี เอ้า.......ไม่ต้องมาทำหน้าปลื้มอกปลื้มใจขนาดนั้นผมก็แค่เห็นแก่ท่านเทพและประชาชน เท่านั้นไม่ใช่เพราะคุณนะเจ้าชายรัชทายาท

เจ้าชายรัชทายาทยกมือขึ้นทั้ง 2 ข้างทำท่าอ่อนอกอ่อนใจเล็กน้อยที่ดูอย่างไรก็รู้ว่าแกล้งทำไม่ได้รู้สึกอย่างท่าทางที่เห็น
ครับ ....ครับ....ผมเข้าใจว่าท่านทำเพื่อคนอื่นไม่ใช่เพื่อผม แต่ว่าการกระทำดังกล่าวของท่านก็ทำให้ทุกคนมีความสุขผมก็มีความสุขด้วย

ทางด้านกสิณที่ตอนนี้ได้ปีนออกมาได้สำเร็จก็หาทางเล็ดลอดออกไปหาชวกรในขณะที่กำลังมองซ้ายมองขวาเพราะไม่รู้ว่าจะไปทางไหนั้นเองก็รู้สึกได้ว่ามีคนมายืนที่ข้างหลังและเมื่อหันกลับไปก็พบว่า

ทางด้านชวกรที่ของตัวพี่ชายออกมาเข้าห้องน้ำนั้นเล่นก็เพราะว่าตัวเองนั้นกำลังว้าวุ่นใจก็เลยต้องการออกมาหาที่คิดอะไรเงียบ ๆ คนเดียว และที่สำคัญที่สุดก็คือไม่อยากเป็นก้างขวางคอคนทั้ง 2 ในขณะที่กำลังคิดว่าจะไปเดินเล่นที่ไหนดีก็หันไปเห็นใครบางคนที่คุ้นเคยกำลังทำตัวเหมือนกับขโมยที่กำลังหลบหนีตำรวจ

แม้ว่าเขาจะเห็นแต่ด้านหลังแต่เขาก็รู้ได้ว่าคนที่เห็นยืนอยู่ด้านหน้านั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากกสิณนั่นเองเมื่อเห็นอย่างนั้นก็อดรู้สึกขำกับคนผู้ชายตัวโตแต่สำหรับที่นี่กสิณกลายเป็นคนที่ดูเอวบางร่างน้อยไปทันทีถ้าไม่นับเอาตัวเองกับพี่ชายของเขาเข้าไปด้วยก็จะรู้สึกได้ว่ากสิณก็เป็นคนที่น่าทะนุถนอมเหมือนกัน

ชวกรที่ตอนนี้มายืนอยู่ทีด้านหลังของกสิณโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวแล้วก็จัดการดัดเสียงให้ห้าวขึ้นมานิดและก็บีบปลายจมูกร่วมด้วยแล้วก็พยายามเปล่งเสียงให้คล้ายวาฮิมมากที่สุด

ที่รักมายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้

ไม่ได้คิดหนีนาคือว่าอยากจะออกไปเดินเล่นหน่อยแต่ว่าพอดีหลงทางหน่ะ

พอพูดจบกสิณที่ในตอนแรกยืนตัวแข็งทื่อเหมือนกับโดนสาบก่อนที่จะค่อย ๆ หันกลับเพื่อพบว่าคนที่ยืนอยู่ข้างหลังนั้นไม่ใช่วาฮิมแต่เป็นคนที่เขาคิดถึงอยู่นั่นเอง

กรนั่เองทำไมทำอย่างนี้ตกใจหมดเลย

ชวกรที่ตอนนี้กำลังหัวเราะอย่างสนุกแต่ในใจก็รู้สึกสงสารกสิณและเข้าใจวาฮิมว่าทำไมถึงอยากได้ตัวคนตรงหน้านักเพราะเมื่อมองจากสถานการณ์ในตอนนี้เขาก็เข้าใจเพราะคนที่อยู่ตรงหน้าดูน่ารักขึ้นมาได้

อ้าวมายืนทำอะไรลับ ๆล่อ ๆ อยู่ได้สงสัยแอบหนีวาฮิมออกมาสินะ มา....มะเดี๋ยวจะพาไปหาวาฮิม

กสิณที่พอได้ยินว่าชวกรจะเอาตัวเองไปส่งวาฮิมก็รีบจัดการนั่งลงคุกเข่าพร้อมกับเริ่มร้องไห้กระสิก ๆ อย่างที่นางเองหนังไทยทำ

ฮือ.....ฮือ......ฮือ......อย่ากร.....อย่าเลยนะขอร้อง ผมยังไม่อยากเป็นเมียเจ้าแม่ทัพนั่นกรอย่าส่งผมให้เขาเลยนะ ผมรักกรคนเดียวนะ อย่าทำกับผมอย่างนี้

ชวกรที่ตอนนี้ยืนอยู่ในมาดพระเอกก็ก้มลงมามองหน้าคนที่กอดขาตัวเองนิดหนึ่งก่อนที่พูดออกมาว่า

อ้าว.....ทำไมหล่ะได้เป็นเมียแม่ทัพไม่ดีหรือไง วาฮิมตอนแปลงร่างเป็นมนุษย์แล้วก็หล่อไม่หยอกนาและที่สำคัญเขารักนายมาก

กสิณที่ตอนนี้ยิ่งกอดขากชวกรมากว่าเดิมพร้อมกับไม่ทิ้งคอนเซปต์นางเอกผู้อ่อนแอเหมือนเดิมต่อ

ไม่......ไม่.......กรผมขอร้องผมไม่ยอมนะกรอย่าทำกับผมอย่างนี้ ต่อไปนี้ผมขอสัญญาถ้ากรต้องการอะไรผมจะหามาให้แต่ขอเรื่องเดียวอย่างส่งผมไปเป็นเมียวาฮิมเลยผมขอร้อง

ชวกรที่ตอนแอบยิ้มโดยที่คนที่กอดขาอยู่ไม่เห็นก็ก้มตัวลงไปแตะบ่าคนที่อยู่ที่พื้นก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนอกอ่อนใจ

ก็ได้.....ก็ได้......หยุดร้องไห้ได้แล้ว มาร้องไห้อย่างนี้ไม่สมกับเป็นนายเลยเถอะรีบลุกขึ้นเข้าไปข้างในก่อนที่ใครจะมาเห็นแล้วไปบอกวาฮิมไม่อย่างนั้นคืนนี้ได้เป็นภรรยาท่านแม่ทัพที่รูปงามที่สุดในเมืองนี้แน่

ครับ.....ครับ....เรารีบไปกันเถอะครับ......นั่นสิเดี๋ยวตานั่นมาเห็น ไป....ไป.....เรารีบเข้าไปกันเถอะเจ้าชายกับกับพี่หมอก็อยู่กับคุณเหรอกร

ชวกรที่หันมามองหน้าคนที่ตอนนี้ลุกขึ้นยืนเช็ดน้ำตาปอย ๆ ก่อนจะตอบ

ก็ใช่นะสิพวกเราพักรวมกันไม่ได้พิเศษเหมือนนายหรอกนะ

คนกำลังเดินตามมาข้างหลังก็หยุดชะงักก่อนจะตอบในสิ่งที่ตัวเองคิดออกมาทันที

กรครับผมขอบอกตามตรงเลยว่าผมไม่ต้องการอย่างนี้เลยสักนิดผมไม่อยากได้ลาภยศอะไรทั้งนั้นผมขอแค่ชีวิตนี้มีกรอยุ่ด้วยกับผม ผมก็พอใจแล้ว

ชวกรที่ได้ยินอย่างนี้ก็ถึงกับชะงักไปนิดนึงก่อนที่จะหันมาหาคนที่อยู่ด้านหลังก่อนที่จะรีบดึงฝ่ายตรงข้ามให้เข้าไปในห้องก่อนที่รีบปิดประตูทันที

หมอภวัสที่อยู่ด้านในห้องทันทีที่ได้ยินเสียงเปิดปิดประตูก็ร้องทักออกมา

กรกลับมาแล้วเหรอ ทำไมหายไปนานจัง

พี่.....พี่......เจ้าชายรีบออกมามาดูอะไรนี่สิ เร็ว....เร็ว ๆ เข้า

หมอภวัสและเจ้าชายรีบเดินออกมาเพื่อจะพบว่าเขาได้เห็นคนที่เหมือนเคยรู้จักนั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋ออยู่ข้าง ชวกรหลังจากที่พิจารณาคนที่นั่งอยู่สักพักทั้ง 2 คนก็หันไปสบตากันก่อนที่จะหัวเราะออกมาพร้อมกัน

นั่นนายเหรอกสิณ แต่งตัวแบบนี้ก็ดูแปลกตาดีนะเนี่ยเข้าใจแล้วว่าทำไมแม่ทัพวาฮิมถึงได้ร่ำร้องเสียเหลือเกิน

เจ้าชายที่พอพูดจบก็รีบหันหลังกลับไปพร้อมกับเอามืออุดปากตัวเองเอาไว้ไม่ให้เสียงหัวเราะเล็ดลอดออกมา

หมอภวัสที่ตอนนี้กำลังสนใจกสิณสนรูปลักษณ์ใหม่หลังจากเดินวน 3 รอบก็เข้ามายืนใกล้พร้อมกับพูดออกมาว่า

วาฮิมนี่ตาแหลมจริง ๆ ฉันเพิ่งรู้นะว่านายพอแต่งตัวอย่างนี้ก็ดูดีไปอีกแบบ

พวกคุณทั้ง 2 คนพี่น้อง และก็นายด้วยฮาริชตอนนี้ไม่ใช่เวลาสนุกนะฉันจะแย่อยู่แล้วมัวแต่เห็นเรื่องเดือดร้อนของเพื่อนกับคนรู้จักเป็นเรื่องสนุกกันอยู่ได้ช่วยหาวิธีให้หน่อยสิ วันนี้ขออยู่ที่นี่ด้วยนะ

หมอภวัสที่ตอนนี้หันไปมองหน้าเจ้าชายที น้องชายตัวเองทีก่อนจะพูดออกมา

นี่ ....ถ้าเราให้เขาอยู่ด้วยวาฮิมมันจะมาอาละวาดไหมเนี่ย เจ้านั่นยิ่งหลงรักขนาดนั้น

เจ้าชายฮาริชที่อตนนี้กำลังใช้มือลูบที่คางของตัวเองก่อนที่พยักหน้าเหมือนเห็นด้วยมีเพียงชวกรที่พูดออกมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

ให้เขาอยู่ด้วยเถอะพี่พรุ่งนี้เราก็รีบกลับกันเลยก็แล้วกันไม่ต้องอยู่เที่ยวต่อแล้ว ส่วนนายจะกลับกับพวกเราหรือจะอยู่แต่งงานก่อนแล้วตามไปที่หลังหล่ะ

กสิณที่ตอนแรกกำลังใจชื้นว่าตัวเองไม่โดนทิ้งแน่แต่ตอนนี้ชักไม่แน่ใจเสียแล้ว

ก็ต้องกลับด้วยสิ ไม่เอาไม่อยากอยู่ต่อหรอกที่นี่ ยิ่งจะให้เป็นเจ้าสาวของเจ้าแม่ทัพนั่นด้วยไม่เอาหรอก นะ....นะ....พาผมออกไปด้วยนะขอร้อง

เจ้าชายฮาริชและหมอภวัสที่ความจริงก็ไม่คิดจะปล่อยกสิณไว้ที่นี่แต่เมื่อเห็นคนที่ถูกแม่ทะหลงรักกระวนกระวายใจอย่างนั้นก็เลยนึกอยากแกล้งด้วยการทำสีหน้าเหมือนกับไม่เห็นด้วยกับชวกร

นั้นก็ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าซะหรือว่าอยากจะนอกนในชุดนั้น ก็ตามใจ แต่ถ้าเกิดเปลี่ยนใจอยากเปลี่ยนก็เอาเสื้อผ้าเจ้าชายเปลี่ยนไปก่อนเพราะผมคิดว่าพวกสัมภาระของคุณแม่ทัพวาฮิมคงเก็บเอาไว้

ทางด้านวาฮิมที่เมื่อกลับมาที่ห้องอีกครั้งก็พบว่าในห้องที่ล๊อกจาด้านนอกนั้นปราศจากคนที่เขาคะนึงหาทั้งลมหายใจเข้าและออกก็ได้แต่กระวนกระวายใจหลังจากที่เรียกทหารหรืออีกนัยหนึ่งบรรดานางสนมทั้งหลายของเขาเข้ามาถามแต่ก็ไม่มีใครเห็นว่ากสิณหายไปได้อย่างไร

จนในที่สุดวาฮิมก็เดินนั่งที่อยู่ใกล้หน้าตางก็พบว่าที่หน้าต่างนั้นมีผ้าที่เมื่อดูชัด ๆ ก็เห็นว่าเป็นเครื่องแต่งกายของตัวเองถูกผูกต่อกันเป็นเชือกลงไปข้างล่าง

เมื่อเห็นอย่างนั้นก็ไม่รอช้าเขาก็เลยรีบเดินออกไปข้างนอกห้องทันทีแต่ไม่ลืมที่จะหันมาสั่งให้คนที่อยู่บริเวณนั้นหยุดค้นหาเพราะเขาคิดว่าเขารู้แล้วว่าตอนนี้กสิณอยู่ที่ไหน

TBC.